สำนวนภาษาน่าสนใจในเวตาล (ต่อ)

           สนุกกับการอ่านเวตาล ฉบับ น.ม.ส. กันต่อนะคะ ที่จริงแล้วนิทานจากเวตาล เรื่องที่อ่านสนุกและจูงใจผู้อ่านให้อยากติดตามอ่านตลอดทั้งเล่มก็คือนิทานเรื่องที่ ๑ ก็เป็นธรรมดาของหนังสือทุกประเภท ถ้าความตอนต้นนำมาดี ตอนต่อไปก็แทบวางไม่ลง  

           นิทานเรื่องที่หนึ่ง  เป็นเรื่องที่กล่าวถึงตัวเอกฝ่ายหญิงที่ทั้งเก่งและฉลาด  เวลาที่เธอต้องการจะสื่อสารกับใคร โดยเฉพาะพระเอก ผู้ที่เธอต้องการจะทดสอบกึ๋น เธอก็จะแสดงอากัปกิริยาประหลาดๆ ให้เป็นปริศนา ฝ่ายพระเอกของเราก็ต้องตีความท่าทางเหล่านั้นให้ออก  ถ้าชายหนุ่มคนไหนฉลาดน้อย ก็จะแปลอาการต่างๆ ของเธอไม่ได้  โชคดีที่มีชายหนุ่มที่แปลออกด้วย แต่เสียดายที่ไม่ใช่พระเอกของเธอ 

            อาการแปลกๆ ของเธอก็เช่น การแนะนำตัวเองต่อเจ้าชายวัชรมุกุฎ  ผู้ที่ต่อมาได้เป็นคุ่ครองของเธอ   เธอก็จะเด็ดดอกบัวขึ้นมาดอกหนึ่ง  ชูดอกบัวขึ้นชี้ฟ้า  นำมากัดด้วยฟัน จากนั้นนำไปทัดหู แล้วโยนลงพื้น เหยียบซ้ำด้วยเท้า แล้วเก็บดอกบัวมาปักที่อก ซึ่งนัยนี้ สรุปความหมายได้ว่า  เธอชื่อปทุมาวดี เป็นพระธิดาของท้าวทันตวัต แห่งเมืองกรรณาฏกะ(กัน-นา-ตะ-กะ) แต่เมืองของเธอและเมืองของเจ้าชายวัชรมุกุฎเป็นศัตรูกัน อย่างไรก็ตามเธอก็ได้ตกหลุมรักพระเอกเสียแล้ว…ขบคิดรายละเอียดเองนะคะว่าอาการเหล่านั้นสัมพันธ์กันกับการไขคำตอบนี้อย่างไร ก็ผู้อ่านของเรามีกึ๋นกันทุกคนนี่คะ

             ยังมีปริศนาอีกหลายตอนนะคะ ซึ่งสนุกทั้งนั้น  ส่วนใจความที่น่าสนใจ คือตอนที่พุทฺธิศริระ (สหายสนิทที่ช่วยไขปริศนาของปทุมาวดีได้) กล่าวเตือนพระวัชรมุกุฎในเรื่องของความรัก  ใจความว่า

             “วิถีแห่งความรักนั้น ไม่มีต้นและไม่มีปลาย บุรุษควรตรึกตรองให้ถ่องแท้ แล้วจึงวางเท้าลงในวิถีนั้น  ผู้มีปัญญาย่อมรู้ว่า ความใคร่หนึ่ง  กระดานสกาหนึ่ง และการดื่มน้ำเมาหนึ่ง ทั้งสามสิ่งนี้ให้ผลแก่คน ซึ่งไม่อาจทำนายได้  ทางที่ดีที่สุดคือ   ควรหลีกเลี่ยงสิ่งทั้งสามนี้เสียจะดีกว่า”

              ข้อความนี้เป็นสำนวนที่ดีมาก และมีการเปรียบเทียบที่ดีด้วย ดังเช่น การพูดว่าการกระทำ ๓ อย่าง ได้แก่  การที่คนลุ่มหลงในความรัก  การเล่นเกมกีฬา  หรือการดื่มสุรา สามสิ่งนี้ เมื่อลงมือกระทำแล้วก็ไม่ทราบแน่ชัดว่าจะส่งผลอย่างไรต่อเรา  ซึ่งบางทีก็คาดหมายไม่ได้  หรือหาข้อสรุปไม่ได้นั่นเอง มีตัวอย่างสนับสนุนให้เห็นมากมาย อาทิเช่น คนที่เป็นคู่รักกันมานาน สุดท้ายแล้วใช่ว่าจะลงเอยกันอย่างที่ควรจะเป็น   การแข่งกีฬาก็เช่นกัน ขณะอยู่ในสนามก็ไม่รู้ว่าใครจะแพ้หรือชนะ  รวมทั้งการดื่มสุรา ถ้าดื่มมากถึงกับมีอาการเมาก็มักไม่รู้ตัวว่าตนเองทำอะไร เกิดอะไร  อย่างนี้เป็นต้น ท่านก็เลยสอนให้ระมัดระวัง  หรือเลี่ยงไปเลยจะดีกว่า  ข้อความที่พุทธิศริระกล่าวจึงทั้งคมคายและมีแง่คิด แต่อย่างไรก็ดี  ทั้งสามสิ่งนี้ก็ไม่ใคร่มีใครเลี่ยงได้   

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s